แอ่ว..”น่าน”..ม่วนใจ๋
ช่วงนี้ ททท.กับแคมเปญใหม่ “เมืองต้องห้ามพลาด” กำลังมาแรง
กระแสโปรโมตจังหวัดนอกสายตากำลังมาจึงกลายเป็นจุดเริ่มเดินทางของผมในครั้งนี้ โดยจะเดินทางในเมืองต้องห้ามพลาดทางตอนเหนือ นั้นคือ จังหวัดน่าน นั่นเองแต่การเดินทางครั้งนี้ผมจะไปในช่วง “กรีนซีซั่น”  (ช่วงโลซีซั้นนั้นเอง) เพราะปกติคนจะไม่ชอบเดินทางในช่วงหน้าฝนแบบนี้ แต่หารู้ไม่ว่าการเดินทางท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน ก็ได้บรรยากาศที่สวยงามไปอีกแบบ ไม่ว่าจะเป็นความชุ่มชื้นของป่าเขา ความเขียวขจีของนาข้าว ที่พักที่แสนจะถูก

อีกหนึ่งพื้นที่การเดินทางของผมติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/saphipae

.

.

การเดินทางครั้งนี้ผมเดินทางโดยเครื่องบินโดยจองตั๋วจากเวปของสายการบินก่อนเดินทางในราคาปกติ  639 บาท โดยชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อ แต่ถ้าใครจองตั๋วโปรล่วงหน้าก็อาจจะได้ราคาถูกกว่านี้ครับ

เดินทางเที่ยวบินเวลา 10.25 น. สู่สนามบินน่านนคร

ก่อนถึงสนามบิรเล็กน้อยเริ่มเห็นภูเขาแปลกตา

เมื่อถึงสนามบินน่าน ผมเลือกเดินทางต่อโดยรถยนต์เช่าของ avis
โดยใช้โปรโมชั่นเริ่มต้นที่ 399 บาทต่อวัน
เนื่องจากทริปนี้เราจะออกนอกเมืองเป็นส่วนใหญ่ (และสภาพหน้าฝนแบบนี้) การเช่ารถยนต์ จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ติดต่อสอบถามข้อมูล หรือโปรโมชั่นได้ที่
http://avisthailand.com/TH/index.php

คันนี้แหละจะพาเราขึ้นเขา ขึ้นดอย ลัดทุ่งนาเลาะเมืองน่าน กับทริป “แอ่วน่านแบบม่วนใจ๋ “

.

.

หลักจากจัดการเรื่องรถเสร็จทุกอย่าง เดินทางออกจากสนามบินก็เที่ยงพอดี ก็ได้เวลามื้อเที่ยงที่ไม่ใกลจากสนามบิน ร้านบ้านข้าวซอยอยู่เยื้องๆวัดสวนตาล (ออกจากสนามบินเลี่ยวซ้าย เจอแยกไฟแดงแล้วขวา มาไม่ใกล ร้านจะอยู่ซ้ายมือ) กับเมนูข้าวซอย

ทัองตึงหนังตาหย่อน หาเครื่องดื่มนิดหน่อยก่อนเข้าที่พัก
ที่น่าน ร้านกาแฟหาได้ไม่ยาก มีทุกถนน  ให้คุณได้เลือกกัน สใตล์การตกแต่งเก๋ไก๋ต่างกันไปกัน ออกจากร้านข้าวก็มาเจอร้านนี้พอดี (MIX) ..
ส่วนตัวผมเองไม่ใช่คอกาแฟเท่าไหร่ ขอเป็นชาเขียวนมสดเย็นๆ เค้กสักชิ้น กับน้ำพันธ์ เปิดคอมฯทำรูปเล็กน้อยรีวิวการเดินทางไปพลางๆ

เครื่องดื่มรสชาติดีราคาก็ไม่แรง นั่งชิวได้เรื่อยๆ

ตระเวณหาพี่พักในตัวเมืองได้สักพัก ก็มาจบที่นี่ครับ “น่านลานนา” ที่พักตกแต่งเป็นแนวบูติคเน้นสีขาวสะอาดตา คืนละ 500 บาท อยู่ด้านหลังวัดหัวข่วง ใจกลางแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตัวเมืองน่าน ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ..ทำให้สะดวกในการเดินทาง โดยเฉพาะคนที่ชอบปั่นจักรยานท่องเที่ยว  ซึ่งผมก็ไม่พลาดเช่นกัน

ที่พักในน่านส่วนใหญ่จะมีจักรยานไว้บริการ อาจให้ยืมหรือเช่าก็แล้วแต่คุยกัน….

.

.

.

หลังจากเช็คอินเก็บของที่พักแล้ว  เราเปลี่ยนมาใช้ชีวิตเนิบๆแบบชาวน่านโดยการทิ้งรถจับจักรยาน

ปั่นเที่ยวชมเมืองน่าน  (วัดที่เห็นด้านหน้า คือวัดหัวข่วง)

.

ปั่นสองล้อ ผ่อเมืองน่าน (ปั่นจักรยานชิวชิวยลเมืองน่าน)

.

มืองน่านจะมีทางสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ
สำหรับปั่นเนิบๆชมเมือง

.

.

ากวัดหัวข่วง ที่อยู่ตรงข้ามของอีกฝั่งถนน (ด้านซ้าย) ก็ปั่นเข้ามาใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
อยู่ใกล้กับวัดภูมินทร์ เรียกว่า “หอคำ” ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาประจำท้องถิ่นไว้อย่างมีระบบ และระเบียบสวยงาม

ที่นี่ยังเป็นที่เก็บปูชนียวัตถุคู่เมืองน่าน คือ “งาช้างดำ”

เสียดายวันที่มาปิดบูรณะ เลยได้เข้ามาแค่ตรงซุ้มอุโมงค์ต้นไม้

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ก็จะมีวัดน้อย..”วัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย”  เกิดจากตอนนั้นนับจำนวนวัดเกินไปหนึ่งวัด  จึงได้หาทาง
ทำการสร้างวัดน้อยแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้ครบตามจำนวนที่ กราบบังคมทูลไป
ซึ่งการเข้าเฝ้ารัชกาลที่ 5     ทำให้การกราบบังคมทูลคราวนั้นผิดพลาด จึงได้สร้างวัดน้อยขึ้นมา….
อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นศาลพระภูมินะครับ ^^

.

ออกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ก็ปั่นต่อไปยังวัดภูมินทร์ ที่อยู่ตรงข้ามแยกอีกฝั่ง นี่คือเหตุปมที่ไม่ควรขับรถยนต์มา เพราะแต่ละสถานที่ไม่ไกลกันมากนัก การปั่นจักรยานจึงเป็นทางเลือกที่ดีหรืออาจจะเดินที่ยวได้เลย

.

.

เมื่อมาถึงเมืองน่านสิ่งที่พลาดไม่ได้อีกอย่างคือ…วัดภูมินทร์จุดเด่นนอกจากสถาปัตยกรรมแบบทรงจตุมุข หนึ่งเดียวในไทย ก็คือภาพกระซิบรักบรรลือโลก “ปูม่าน ย่าม่าน” ภาพจิตกรรมโรมานซ์ล้านนา กำลังยืนกระซิบกระซาบกัน ใช้สายตาเป็นสื่อภาษาใจต่อกัน

เป็นภาพ ที่ทรงอิทธิพลทางความคิดต่อผู้คนสมัยหลังเป็นอย่างมาก
ภาพมีขนาดใหญ่เกือบเท่าคนจริง
ปรากฎโดดเด่นอยู่ที่ผนังด้านซ้ายของประตู
ทิศตะวัตกของวิหารวัดภูมินทร์

ภาพ “เสียงกระซิบบันลือโลก” หรือภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน”
ทำเอาผมอยากกระซิบบอกคนข้างๆบ้างเลยครับ

 

มีคำกล่าวที่ว่า “ ใครมาเยือน แล้วไม่ได้มานมัสการพระธาตุแช่แห้ง ก็เหมือนไม่ได้มาเมืองน่าน”
ใหนๆปั่นมาแล้วเราก็ปั่นกันต่อ….
จากตัวเมืองน่านสองกิโล ^^! ข้ามแม่น้ำน่านตามทางหล วงหมายเลข 1168 เดินทางสู่วัดพระธาตุแช่แห้ง

วัดพระธาตุแช่แห้ง ทางทิศตะวันออกของเมืองน่าน เป็นปูชนียสถานสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน มีอายุนานกว่า 600 ปี องค์พระธาตุเป็นสถูปแบบพื้นเมือง เดิมเป็นสถูปทรงลังกา แต่ได้หักพังและมีการปฏิสังขรณ์สืบกันมาหลายครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่างฝีมือและคตินิยมของแต่ละยุคสมัย

เย็นย่ำเราก็ปั่นเข้ามาตัวเมือง ตรงๆข้ามวัดศรีพันตัน มีร้านขนมหวานขึ้นชื่อ….. “ร้านของหวานป้านิ่ม” ร้านขนมหวานชื่อดังจังหวัดน่าน มาแอ่วเมืองน่าน ต้องกินฮื้อได้

(ระหว่างรอบัวลอยซึ้งจะมาตอน  5 โมงเย็นที่วัดศรีพันต้น)
แต่ถ้ามาช่วงก่อนนั้นก็มีขนมหวาน ไอศครีม อย่างอื่นให้ได้เลือกชิมมากมายนะครับ

ขนมหวานป้านิ่มแบ่งเป็น 2 เมนู คือ เมนูร้อนๆ ที่มีทั้งเต้าส่วน ลูกเดือยเปียกมะพร้าวอ่อน บัวลอยมะพร้าวอ่อนน้ำหอม ที่รสชาติไม่หวานเกินไป และเมนูเย็นๆ อย่างลอดช่องสิงคโปร์ รวมมิตรน้ำแข็งใส และไอศกรีมกะทิสด ใส่ไข่แดง

ปิดท้ายด้วยน้ำเต้าหู้เบาๆ ร้านนี้แนะนำเลยครับ ร่อยจิงอะไรจริง พิกัดอยู่ข้างเซเว่น ถัดจากวัดภูมิทร์ อยู่ด้านหน้าศูนย์การค้าโอทอป

หลังอิ่มท้องก็กลับที่พัก ได้เวลาพักผ่อน วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันนี้
พรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเดินทางไปยังดอยเสมอดาว และขุนสถาน
โชคดีอาจเจอทะเลหมอก หรือโชคร้ายเจอฝนตก ไปลุ้นเอาตอนเช้าด้วยกันนะครับ…

ตื่นตั้งแต่ตี 5 ขับรถมุ่งหน้าสู่อำเภอเวียงสา จากนั้นขับขึ้นเขาไปยังอำเภอนาน้อยเลี้ยวซ้ายขึ้นไปยังอุทยานศรีน่านอีก 18 กิโลเมตรก็มาถึงดอยเสมอดาว
ถ้ามาในช่วงหน้าหนาว…จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมากางเต็นท์ชมทะเลหมอกในยามเช้า ชมดาวและแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค่ำคืนกันเยอะมาก

ที่นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของจังหวัดน่านเลยก็ว่าได้

ายแล้ว มีน้องๆอีกกลุ่มขับมอไซค์มาเที่ยวกัน ถามไถ่ได้ความว่าขับมาจากนครสวรรค์ … ของเราแค่ขับเที่ยวในจังหวัดยังเหนื่อยเลย แถมต้องเสี่ยงเปียกฝนกันอีก …
ดูท่าพระอาทิตย์ก็ไม่มีวี่แววจะโผล่ออกมาให้ยล คาดว่าทั้งวันก็คงไม่เห็นกัน แต่ก็เป็นเรื่องปกติของการเที่ยวหน้าฝนอะเนอะ !!

พอคาดการว่าคงจะไม่เจอดวงอาทิตย์แล้ว ก็ตัดสินใจลงจากเขาหามื้อเช้าทานที่อำเภอนาน้อย

เช้าๆแบบนี้ร้านใหญ่ๆ คงยังไม่เปิด ก็เลยต้องมาอาศัยร้านข้าวแกงง่ายๆของชาวบ้าน แต่ขอบอกว่าอร่อยมาก แถมไม่แพงอีกต่างหาก เลยจัดไป 3 เพิ่มพลังงานก่อนเดินทางต่อไปขุนสถาน

จากอำเภอนาน้อยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1216 มุ่งหน้าไต่ระดับความสูงขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติขุนสถาน (ดอยแม่จอก) เส้นทางค่อนข้างชันแต่ไม่ไกล มีบางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อบ้าง แต่รถเก๋งสามารถได้สบายครับ

การเดินทาง: ใช้เส้นทางจากตัวจังหวัดแพร่ได้ 2 เส้นทาง คือ
1. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 (ถนนยนตรกิจโกศล) เป็นเส้นทางจากตัวจังหวัดแพร่ไปจังหวัดน่าน มาตามเส้นทางประมาณ 66 กิโลเมตรจะถึงหม่บ้านห้วยแก็ต ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวง 1216 ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร
2. จากจังหวัดน่าน ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1026 สายอำเภอเวียงสา – อำเภอนาน้อย และจากอำเภอนาน้อยเลี้ยวขวา ไปถึงที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ขุนสถานโฮมสเตย์ 0823844672 / 0810248989

One comment on “แอ่ว..”น่าน”..ม่วนใจ๋

ใส่ความเห็น