เขาสก-เกาะพยาม ในวันที่อยากนอนขี้เกียจ

ในทุกๆเช้าที่ต้องตื่นมา พบเจอแต่ความวุ่นวายของสังคมรอบข้าง

แม้ตัวเองจะพยามยามเดินให้ช้าลง ก็ยังมีคนข้างหลังดันๆ ให้เดินเร็วแบบพวกเขา

โลกโซเชียลอยู่รอบกาย สังคมก้มหน้าถูกครอบงำ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันถูกลดทอนให้น้อยลง

ฉันไม่อยากตื่นมาเจอสภาพแบบนี้  ที่แห่งไหนมีอยู่จริง

ฉันคว้าปฏิทินหัวเตียงมากางออก พร้อมกับดูวันลาที่พอหลงเหลือ

เช้าพรุ่งนี้ฉันจะขี้เกียจ เช้าพรุ่งนี้ความเร่งรีบใดๆ จะไม่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมของฉัน
ฉันจึงออกเดินทาง…Lopkrab

บทเพลง 500กม. ของช่างhum วนเวียนอยู่ในหูสองข้างของฉัน
พลันสองมือเก็บกล้อง เก็บเสื้อผ้าใส่เป้ คืนนี้เราจะออกเดินทางกัน

650 กม. คือระยะทางที่เราจะไปนอนบิดขี้เกียจกัน เปิด GPS แล้วบิดกุญแจมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 ลงใต้กัน

กรุงเทพ – สมุทรสาคร – สมุทรสงคราม – เพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร – สุราษฎร์

ใช่ครับ เป้าหมายเราคือจังหวัดสุราษฎร์ ,ถึงสี่แยกกลางเมืองสุราษฎร์บนทางหลวงหมายเลข 4

ถ้าเลี้ยวซ้าย เส้นทางจะนำเราไปสู่ทะเลอ่าวไทย แต่เราเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 50 กม.ครับ

เรือหางยาวที่เรานัดกันไว้มารอเราที่ท่าเรือแล้วครับ จอดรถแล้วรีบกระโดดลงเรือหางยาวโดยไว

หางยาวลำนี้ จะพาเราไปในที่แห่งนั้น…

สองข้างทางที่เรือวิ่งผ่าน ขนาบไปด้วยเขาหินปูน และแผ่นน้ำกว้าง

ทุกอย่างที่พันธนาการ ถูกปลดทิ้งไปข้างๆเรือ ให้ดิ่งลงใต้ท้องน้ำ

ความแรงของสัญญาณโทรศัพท์ลงลงเรื่อยๆ สวนทางกับความสุขที่พุ่งขึ้นเกือบเท่า 4G

และแล้วเม็ดสุดท้ายของสัญญาณโทรศัพท์ก็จมไปกลับท้องน้ำ

พร้อมภาพที่ปรากฏตรงหน้า  มันไม่ใช่ตึกสูงเสียดฟ้า มันไม่ใช่สี่แยกไฟแดงที่รถยนต์ต่างหลงไหล

ไม่ยอมเคลื่อนไหวไปไหน แต่มันคือ “เขาสก”

จุดหมายของเราเห็นลิบๆ อยู่ข้างหน้า ทริปนี้เราตั้งใจจะมานอน นอน นอน แล้วก็นอนบิดขี้เกียจกันอย่างเดียว

แพลอยน้ำข้างหน้า คือที่บิดขี้เกียจของเราคืนนี้ “แพเชี่ยวหลาน”

ที่พักหนึ่งคืน บวกอาหารสามมื้อ แถมวิวหน้าห้องให้ชมฟรีอีก 180 องศา

ด้วยที่นอนขนาดสี่คนนอน แต่เรานอนกันสองคน จึงเหลือพื้นที่มากมายให้กลิ้งไปกลิ้งมาได้

เรานอนฟัดเหวี่ยงเอาหมอนไล่ตีกับตัวขี้เกียจได้ซักพัก ทางพนักงานก็เรียกเราไปทานอาหารมื้อแรก

วิวจากห้อง แทบไม่อยากลุกทำอะไรเลย…

หลังจากข้าวเรียงเม็ดเป็นที่เรียบร้อย  คงไม่มีอะไรดีกว่าการนั่งห้อยขาตีน้ำ

จิบของหวานแกล้มกับบรรยากาศตรงหน้า ,ไม่มีอะไรดีไปกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ณ ตอนนี้

หลังจากโหลดคาร์โบไปได้สามสี่ขวด เรียกว่าเกือบลอยไปกับน้ำแล้ว

ออกสำรวจสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากันหน่อย ,มาที่นี่ใช้แต่แขน ไม่พายก็ยกกล้อง ไม่ยกกล้องก็ยกขวด แฮ่!!!

พอถึงเย็นอาหารก็ตั้งรอเต็มโต๊ะพร้อมทาน  ทานเสร็จก็กิจกรรมเดิม “โหลดคาร์โบ”
บอกแล้วว่ามานอนบิดขี้เกียจ อย่าทำไรเยอะ เดี๋ยวเสียความตั้งใจ…

ตกมืด คงไม่มีอะไรดีไปกว่า การนอนดูดาวที่แข่งกันปรากฏตัวราวกับการแข่งขันประชันตัวอะไรซักอย่าง

มือที่ถือขวดแก้ว ค่อยๆหมดแรงยก พลันปล่อยขวดแก้วให้มันนอนอยู่ข้างกัน

ส่วนมืออีกข้างก็กุมกันกับอีกข้างของใครอีกคน พร้อมหลับไหลไปกลับแสงดาวที่มองลงมา…

เสียงกระโดดน้ำกันโครมคราม ใครกันมาปลุกฉันแต่เช้า

บิดตัวไปหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู นี่มันเก้าโมงกว่าแล้ว

เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ ที่คอยปลุกกันสม่ำเสมอทุกวัน วันนี้อนุญาตให้ลางานได้หนึ่งวัน

บิดขี้เกียจสามตลบ แล้วไปชงกาแฟดื่มดีกว่า พอเปิดประตูห้องมาเท่านั้นหล่ะ

นี่มันเก้าโมงกว่าแล้วนะ เจ้าหมอกเบาบาง ยังไม่รีบไปตอกบัตรเข้างานเหรอ

มัวแต่เอ้อละเหยลอยชาย หยอกล้อกับขุนเขา ดูเจ้าช่างขี้เกียจเสียกระไร

กินข้าวจิบกาแฟเสร็จ เก็บเป๋า หมุนตัวไปมา ถ่ายรูปสามที เตรียมลงเรือหางยาวที่จะส่งเรากลับที่ท่า

โน่นไง เรือหางยาวขับมารับเรากลับแล้ว !!!

ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ จุดเริ่มต้นของเรา หางยาวก็พาเราลัดเลาะเขา ไปชมไฮไลต์ของที่นี่

ให้เรามีเวลาซึมซับได้พักใหญ่ๆ จนพาเราไปส่งท่าเรือเมื่อวาน

ออกจากท่าเรือ เรายังคงใช้ทางหลวงหมายเลข 401 วิ่งลงไปสู่ตะกั่วป่า

แล้วเลี้ยวขวาตัดทางหลวงหมายเลข 4 ดังเดิม ตลอดสองข้างทาง วิวดีเหลือเกิน

พลันนึกถึงเพลง View Will ของ View from the bus tour ทันที

รถค่อยเคลื่อนผ่านต้นไม้ใหญ่สองข้างหน้า ภาพที่ปรากฏดังภาพสโลว

ต้นไม้ที่เคยอยู่ข้างหน้า ไม่นานนักก็ค่อยๆใกล้เข้ามา และกลายเป็นอดีตไป

รอวิ่งเข้าไปพบต้นใหม่แห่งอนาคตซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไม่นานนัก ก็ฉันมาจบตรงท่าเรือแห่งนี้ ปลายทางข้างหน้า เป็นเกาะที่มีที่พัก

ที่พอจะให้คนขี้เกียจอย่างฉัน ได้ไปนอนบิดขี้เกียจ ที่แห่งนั้นชื่อว่า

Lazy Hut แห่งเกาะพยามนั่นเอง

speed boat ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็พาเรามาถึงเกาะพยาม
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อถึงเกาะ ก็คือเช่ามอเตอร์ไซค์ ไปแว๊นรอบเกาะกัน

Himmapan ที่พักสุดชิคเปิดใหม่บนเกาะ ทางไปอ่าวใหญ่ ตกแต่งสไตล์ลอฟท์

น่าพักทีเดียว แต่ไม่ติดทะเลนะ

https://www.facebook.com/himmapanresort

สภาพถนน ก็กว้างพอรถสวนกันได้ มีชำรุดบ้างพอให้การขับขี่ได้อารมณ์

Little Hut ที่พักสุดน่ารักอีกแห่งบนเกาะนี้ อยู่ทางไปอ่าวใหญ่เช่นกัน

https://www.facebook.com/profile.php?id=100006955981918

แต่ที่พักเรา ไม่ได้มาทางนี่นะ เราขับหลงทาง 555

เลยมาตั้งไกล ขับย้อนไปก่อน ตัดจากเส้นหลักไปอ่างเก็บน้ำ

ในที่สุดก็หาเจอจนได้ Lazy Hut เกาะพยาม https://www.facebook.com/lazyhut?fref=nf


ราจองบังกะโลวิวทะเลไว้ ซึ่งจะอยู่ชั้นสอง ระเบียงมีเปลผูกน่ารักๆ มองออกไปก็เป็นทะเล

โอ๊ยยยยยย…

เก็บเป๋าเสร็จ ก็ออกสำรวจรอบๆที่พักกัน เตรียมหาที่บิดขี้เกียจ

สมชื่อ Lazy Hut ตกแต่งได้น่าขี้เกียจเหลือเกิน




ขนาดหมายังขี้เกียจ


บรรยากาศแบบนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการ…

แฮ่!!! ชื่นใจที่สุด…

รีสอร์ทที่นี่ ติดชายหาดเลย คนค่อนข้างเงียบ หาดสะอาด น้ำใส ยาวสุดสายตา

หากต้องการความสงบ แนะนำเลยครับ

ถอดรองเท้าเอาเท้าสัมผัสทราย ยืนสูดหายใจลึกๆ ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว

เวลาที่เราอยู่กับอะไรที่ดี ช่วงเวลานั้นก็จะผ่านไปรวดเร็ว
พระอาทิตย์ที่เคยอยู่กลางหัว บัดนี้ก็เตรียมตอกบัตรออกจากงาน

ก้มลงจิบน้ำทะเลแก้กระหาย

ไม่นานนัก แสงของวันก็หมดไป หลงไว้แต่ริ้วของเมฆให้เราชมเชย

ระดับความมึนเมา ขึ้นสูงพอๆกับดวงดาวที่อยู่ตรงหน้า คืนนี้ฟ้าร่ายรำเป็นจังหวะบลู

พอกระตุ้นอารมณ์ให้เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงคลื่นได้

ภาพรีสอร์ท เมื่อมองมาจากทะเล เงียบสงบดีจัง

คืนนี้ขอหลับไปท่ามกลางเสียงคลื่น ,ตัวเบาเชียว

วันนี้ เป็นอีกวันที่นอนตื่นสาย จิบกาแฟ เดินไล่จับปูลมริมชายหาด

เผลอแป๊บเดียว หมดเวลาขี้เกียจเสียแล้ว

ขอตัวอำลาชายหาดแห่งนี้แป๊บ สองสามวันที่ได้ขี้เกียจ จิบไปชมไป มันเหมือนทิ้งความเหนื่อยล้าที่มี

ไปทั้งหมด แม้ระยะทางการขับรถที่ค่อนข้างไกล แต่หักล้างกลับการได้มานอนขี้เกียจอย่างเต็มที่

ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

แม้บางครั้ง การหาความสุขมันต้องออกเดินทาง ,ระยะทาง มันจึงไม่ใช่อุปสรรค

บางทีการปล่อยให้ตัวเองได้ขี้เกียจบ้าง อาจเป็นการสะสมพลังงานบางอย่างให้เรามีแรงในวันที่จำเป็นต้องใช้ท่าไม้ตาย
—————————————
ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ
– ค่าแก๊ส 2400
– ค่าที่พักแพเชียวหลาน พร้อมอาหาร 3 มื้อ คนละ 1200
– ค่าเรือหางยาว รับส่ง (เหมาลำ) 2200
– ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนละ 20
– ค่า speed boat ไปเกาะพยาม เที่ยวละ 350/คน
– ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์บนเกาะพยาม 200/วัน
– ค่าที่พัก Lazy Hut 800/คืน
– ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ไม่ได้จด แต่เมาทุกคืน 555

แนะนำทริป
– เส้นทางจากเขื่อนรัชประภา ไปตะกั่วป่า สวยมาก หากใครมีเวลาเหลือ ขับอ้อมเป็นวงกลมเข้าระนอง ออกชุมพรก็ได้ แม้ช่วงระนองทางจะแคบและขึ้นเขาบ้าง ก็ชดเชยกับวิวข้างทางที่สวยได้อย่างสบาย
– เลยที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกไปเล็กน้อย มีที่ปีนป่ายขึ้นไปดูจุดชมวิว อันนี้แนะนำ เสียเหงื่อแต่ได้ความประทับใจกลับมา
– ก่อนถึงตัวเมืองระนอง เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแหลมสน เป็นจุดเริ่มต้นท่องเที่ยวหมู่เกาะระนอง ซึ่งหมู่เกาะแถวนี้ยังคงความสวย และสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้มาก ,ทริปนี้ต้องมาลองด้วยตัวเองให่ได้
– ตัวเมืองระนอง ของกินอร่อยๆเยอะมาก ลองหาลายแทงกันดู แต่ถ้าจากตัวเมืองวิ่งเข้าชุมพรก็ต้องซาลาเปาทับหลี
– นอกจากที่พักชื่อดังราคาแสนแพงบนเกาะพยามแล้ว ยังมีที่พักราคาถูกๆ แต่บรรยากาศสวนกับราคาอีกมากมาย ลองหาข้อมูลหรือเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่หากันดู  ไม่น่าต้องจอง เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้มากมาย
– และนอกจากเกาะพยามแล้ว ยังมีเกาะช้าง ที่อยู่ใกล้ๆกัน ได้ข้อมูลมาว่า เงียบสงบสุดๆ

Cradit เรื่อง&ภาพ : Lopkrab Seescape

 

ใส่ความเห็น