นครวัด-นครธม 3วัน2คืน ด้วยตัวเอง นอนหรู กินดี ด้วยเงิน 4พัน แต่ได้ความรู้ ประสบการณ์ และมิตรภาพดีๆ หลักล้านกลับบ้าน
Sea Angkor Wat And Die – เพียงแค่ผมได้เห็นนครวัดก็นอนตายตาหลับแล้ว
นครวัด & นครธม
นครที่มวลมนุษย์ชาติต้องมาให้ได้ก่อนตาย
Angoon Panlamom

สวัสดีครับ ผมได้เดินทางไปนครวัดนครธม มาเมื่อวันที่ 21 – 22 ก.พ. 59 ที่ผ่านมากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ผมจะมารีวิวการเดินทางไปนครวัดนครธมอย่างละเอียด เป็นอันว่าเมื่อเพื่อนๆได้อ่านกระทู้นี้แล้ว พรุ้งนี้เดินทางได้เลย เพราะผมอยากจะให้คนไทยได้เป็นเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกจริงๆว่าคนสมัยนั้น สร้างสิ่งที่ใหญ่มโหราฬเช่นนี้ได้อย่างไร ทุกคนทั่วสารทิศทั่วโลกได้เดินทางมาชมนครวัดนครธม แต่ทำไมคนไทยอยู่ใกล้ๆแท้ไม่ไปกัน อาจจะเป็นเพราะความกลัวหรือไม่กล้า แต่ถ้าท่านได้อ่านกระทู้นี้แล้ว สิ่งเหล่านั้นจะหายไป
step 1. แลกเงิน แนะนำให้แลกเป็นเงินดอล์ล่าไป ต้องเป็นแบงค์ใหม่ และควรเป็นแบงค์ย่อยด้วย เพราะที่นั้นจะใช้เงินดอล์ล่าเป็นหลัก เงินไทย เงินเรียวใช้ได้ แต่ไม่คุ้ม
step 2. การเดินทางนั้นมีด้วยกัน 4 วิธีคือ
2.1 เครื่องบิน – ลงสนามบินเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา
2.2 รถบ่อนคาสิโน – สามารถเช็คเวลา สถานที่ ขึ้นรถได้ใน google
2.3 รถบัส/รถตู้ ประจำทาง – ไปลงที่อรัญประเทศ(โรงเกลือ) สามารถขึ้นได้ทั้งที่ หมอชิต/อนุเสาวรีย์/สายใต้ใหม่ หรืออื่นๆ
2.4 รถส่วนตัว – ไปจอดที่โรงเกลือได้เลย
ผมเดินทางโดยรถส่วนตัว เพราะสะดวกและเผื่อผมจะซื้อของกลับด้วย ท่านสามารถนำไปจอดได้ที่โรงเกลือเลย จะมีสถานที่รับฝากรถอย่างดี ไม่ต้องกลัวว่ารถเราจะหายไปอยู่เขมรใดๆทั้งสิ้น ค่าใช้จ่ายวันละ 100 บาท ผมไปถึง 8 โมงเช้า

step 3. การผ่านแดนไปนครวัดนั้น จะต้องใช้ passpost เท่านั้น ส่วนการผ่านแดนนั้นไม่อยากครับ ให้สังเกตุธนาคารกสิกรกับทางที่คนเดินไปเยอะๆ  ให้เราเดินเข้าไป จะเป็นช่องสำหรับขาออกประเทศไทย

หลังจากผ่าน ตม ไทย (ที่นี่เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะครับ) ตรงนี่จะใช้เวลาทั้ง ตม-ไทยและ ตม-เขมร ประมานหนึ่งชั่วโมง ให้เตรียมปากกาไปให้พร้อม

ระหว่างเดินจากตม-ไทยไปตม-เขมร สองข้างทางจะเป็นบ่อนคาสิโน


ขอทาน ขอเน้นย้ำว่าอย่าให้เงินขอทานเด็ดขาดเพราะถ้าให้คนหนึ่งอีกหลายๆคนจะตามเข้ามา

ให้เดินด้านขาวไว้ พอเข้า ตม-เขมร จะมีคนแจกใบผ่านแดนให้เขียน ให้เราเขียนเป็นภาษาอังกฤษ และที่สำคัญต้องระบุด้วยว่าพักที่เสียมเรียม ทั้งตม ไทย-เขมรนั้น ไม่เสียค่าผ่านแดนแม้แต่บาทเดียว นอกจากท่านไปตรงเวลาพักเที่ยงหรือนอกราชการของ ตม-เขมร จะเสีย 100 บาท

step 4.เปลี่ยนซิมเป็นซิมเขมร เพราะจะได้ใช้ติดต่อหรือใช้แปลภาษา เพราะที่นั้นใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกัน จะขายอยู่ หลังจากเราออกจาก ตม-เขมร ราคา 150 บาท เล่นเน็ตได้ 7 วัน คนขายจะจัดการและเปลี่ยนให้ตรงนั้นเลย

step 5.หลักจากนั้น เราต้องหารถเพื่อเดินทางไปเสียมเรียบ รถที่จะเดินทางไปเสียมเรียบมีด้วยกันทั้งหมด 2 อย่างคือ
5.1 รถบัส – นั้น จะต้องนั่งรถฟรี ที่จอดอยู่แถวๆ ออกจาก ตม-เขมร จะพาไปขนส่งเพื่อไปขึ้นรถบัสประจำทาง ราคา 12$
5.2 taxi – taxiที่นั้นจะไม่เหมือนบ้านเรา จะเป็นรถ toyota camry ไม่มีมิสเตอร์ ต้องต่อรองราคากันเอง ตกแล้วต้องให้ไม่เกิน 35$ หรือ 1,200 บาทโดยให้เดินเลยขึ้นมาจากรถฟรีที่จะไปขนส่งนิดหนึ่ง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะจะมีคนขับtaxi มารายล้อมเราเลย

ส่วนผมนั้น เลือกtaxi เพราะวันนั้นผมเจอพี่คนไทย 2 คน ที่จะเดินทางไปเที่ยวเสียมเรียบพอดี เลยคุยกันว่าจะแชร์taxiกัน ตกคนละ 300 บาทถูกกว่ารถบัสอีก โดยขอให้เขาไปส่งเราที่โรงแรม แนะนำให้เดินไปขึ้นรถtaxi พ้นจากวงเวียนไปหน่อย วันนั้นผมขึ้นแถวๆวงเวียน taxiโดนตำรวจจับเลย ผมก็ไม่ทราบว่าข้อหาอะไร เห็นจ่ายไป 100 บาท เพราะคนขับพูดไทยไม่ได้ ได้แต่อังกฤษนิดเดียว แต่พอเดาได้ว่าtaxiที่ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองห้ามมารับแถวๆนี่

รถที่นี่วิ่งด้านขาว พวงมาลัยซ้าย ก็ทำให้ผมหวาดเสียวเหมือนกันรถหว่างนั่งไปตลอดทาง หลักจากนั่งรถมาประมาณ 2 ชม. ก็มาถึงที่พัก

step 6.ที่พัก นั้นผมได้จองผ่าน Agoda มาแล้ว ชื่อ โรงแรมตาพรม เป็นโรงแรม 5 ดาว ราคาคืนละ 1,500 บาท นอน 2 คนตกคนละ 750 บาท มีอาหารเช้าให้ ติด pub steed และ old market  สามารถเดินเที่ยวตอนกลางคืนได้ แต่ผมคิดว่าถ้าหากอยากประหยัดให้ไป walkin เอาแถวนั้น มีโรงแรมราคาถูกกว่านี่ คืนละ 500 บาท อย่างดีด้วย ที่นี่เขาให้เราchekinได้ตั้งแต่บ่าย2เท่านั้น


step 7.การเดินทางในเสียมเรียบ
7.1 tuktuk เหมาทั้งวัน จะตกวันละ 20$ ตกลงที่เที่ยวกันเอง
7.2 tuktuk ไปบางที่ จะตกครั้งละ 3 – 5$ แล้วแต่ระยะทาง
7.3 เช่าจักยาน ผมไม่แน่ใจว่าวันละเท่าไร น่าจะ 3 – 5$ แต่ที่นี่ไม่อนุญาตให้คนต่างชาติขับมอเตอร์ไซร์
ผมเลือกเหมาแบบทั้งวัน โดยเหมาทั้งหมด 2 วัน 40$ ผมได้จองคนขับรถtuxtux ที่ชื่อ sother ผ่านทาง facebook เพราะคนไทยใช้บริการบ่อย พูดอังกฤษและไทยได้เก่ง มีน้ำบริการฟรีตลอดเวลา ไม่โกง มารอและให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา สามารถหาfacebookได้ตามชื่อเขาเลย

step 8. เที่ยวนครวัด/นครธม
วันที่ 1.หลักจาก chekin ที่พักแล้ว sotได้พาผมไปทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่ผมคิดว่าร้านนี่แพงไป เราสามารถบอกให้คนขับพาไปทานร้านอื่นได้ที่ถูกกว่านี่ แต่มื้อนี้ผมโชคดีอย่าง พี่ที่เป็นคนไทย ที่มาเจอกัน เขาเลี้ยงผม

จากนั้น sotได้พาผมไปวัด Preah Prom Rath ซึ่งด้านในมีพระนอนอยู่ หาให้เจอนะครับ

วัด Thmei ซึ่งเป็นวัดที่เกี่ยวกับสงครามสมัยเขมรแดง มีไกร์พาคนไทยไปเที่ยวเยอะ เราสามารถเดินตามฟังเขาอธิบายได้ครับ

หลักจากพอถึง 16.30 น. แล้ว sotก็จะพาเราไปซื้อตั๋ว เพื่อเข้าชมนครวัด ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากวัดที่เราเที่ยว
ที่ขายนั้นจะเปิดเวลา 16.30 น. โดยตั๋วจะมีแบบ 1 day 20$ / 3 day 40$ / 7 day 60$ สามารถใช้ได้วันรุ่งขึ้นเท่านั้น

เราจะต้องซื้อทีละคนเพราะจะต้องถ่ายรูปเพื่อติดตั๋ว เพราะทุกๆที่จะมีการตรวจตั๋วในการเข้าชม หากตั๋วหายจะต้องซื้อใหม่เท่านั้น

จากนั้น sotพาเราไปชม sunset ที่ Phonm Bakheng ที่นี่สามารถเข้าได้เลย เพราะผมไปถึง 5 โมงเย็นแล้ว เขาจะให้เข้าชมฟรี
ต้องเดินขึ้นเขาประมาณ 800 เมตร
ผมมาไม่ทัน sunset เพราะวันที่ผมไปคนเยอะมาก เขาให้ขึ้นได้ไม่เกิน 300 คน หมุนเวียนกัน
จากนั้น sotก็พาผมกลับที่พัก แล้วนัดกันว่า พรุ้งนี้จะมารับผม ตี4.45 เพื่อไปชม sunlight ที่นครวัด
จากนั้นผมก็เดินเที่ยว pub steed คล้ายๆตรอกข้าวสาร


ผัดเส้นราคา 1.50$

เบียร์อังกอ นุ่มดี ที่นี่เบียร์ถูกกว่าน้ำครับ ราคา 0.75$
มาแล้วก็อยากให้ลองครับ ราคา1$

วันที่ 2.เวลา 4.45 น. sotก็ได้มารับผมไปที่นครวัดเพื่อไปชม เพื่อไปชม sunlight ควรไปเร็วกว่าน่หน่อย เพราะคนเยอะมาก

จากนั้นผมก็ออกจากนครวัดมาทานอาหารเช้า (ที่โรงแรมมีบริการ Breakfast box) ซึ่งเป็นมื้อที่ผมมีความสุขที่สุดเลย เหตุผลที่ไปเที่ยวที่อื่นก่อนนครวัดวัดเพราะช่วงเช้าถ่ายรูปจะย้อนแสงหมดเลย

และก็ไปเที่ยวที่ต่างๆซึ่งเป็น hilight ที่จะต้องมาชม ซึ่งsotรู้อยู่แล้วว่าต้องไปไหนบ้าง

Bayon
Ta prohm

แวะรับประทานอาหาร มื้อนี้ผมเป็นคนเลี้ยงพี่เขาคืนราคา 27$ เป็นเงินไทย 972 บาท หารกับเพื่อนผม 2 คน ตกคนละ 486 บาท จำชื่อไม่ได้แต่มีรูปให้ดูตอนสั่งครับ
จากนั้นกลับมาชมนครวัดต่อ

อย่าลืมชิมน้ำตาลตะโนด หอมมาก

นางอัปสรา หมายถึง ผู้มีความงามทั้งห้าได้แก่ 1.ผม 2.ปากเป็นกระจับ 3.นม 4.หุ่น 5.จมูก 1000ปี จะมีมาเกิด 1ตน หากใครมาแล้วไม่ได้จับนมแปลว่ามาไม่ถึงนครวัด

พอได้เวลา5โมงเย็นเราก็กลับที่พัก เพื่อเตรียมไปชม  Apsara dancing โดย sotพาไปราคาหัวละ 12$ ตก 436 บาท เป็นbuffetนานาชาติ แนะนำว่าควรไปดูครับ

วันที่ 3 ผมก็เดินทางกลับโดยวิธีเดิมสรุปค่าใชจ่ายหาร 4 คนในเขมร
1.ค่าเดินทาง 960 บาท/คน
2.ค่าที่พักคืน 2 คืน 1500 บาท/คน
3.ค่ากิน 1500/คน
รวม 3960 บาท
ท้ายนี้ผมอยากจากจะให้ทุกคนไปเห็นด้วยตาจริงๆว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหนเกินกว่าที่จะบรรยายได้ อย่าให้ความกลัวมาทำลายความฝันคุณ
Cradit ภาพ/เรื่อง : Angoon Panlamom

ใส่ความเห็น